menu

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

Top 100 University in USA, University of Cincinnati

วันนี้เราพามาที่ เมือง Cincinnati รัฐ Ohio จากตรงจุดนี้จะอยู่ตรงพรมแดนของรัฐ Ohio เราสามารถเดินทางข้ามสะพานที่ทอดตัวยาว(ทำเสียงลากยาวได้ซักพักนึง ^_*) ระหว่างสองพรมแดน ที่เรียกว่าสะพาน “โรลบริ้ง” ไปสู่รัฐ แคนตักกี้ได้จะเห็นได้ถ้ามองจากตรงนี้ ว่า โอ้...มันใหญ่มากเลยค่ะ อีกทั้งเมืองนี้ยังเป็นมืองที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับ ระบบทาส การเลิกทาสของคนผิวสี ก็คงจะเหมือน สยามประเทศของเราในสมัยของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงออกมาประกาศเลิกทาส ซึ่งก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเช่นกันค่ะ




National Underground Railroad Freedom Center ดูจากชื่อภาษาอังกฤษแล้วคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเป็นสถานีรถไฟ หรือสถานีรถไฟใต้ดิน แต่จริงๆแล้วมันความหมายของคำว่า Railroad นั้นเค้าหมายถึงเส้นทางการเดินทางของคนผิวสี พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้จึงเป็นสถานที่แห่งเดียวในอเมริกาก็ว่าได้ที่นำเสนอ เรื่องราวเกี่ยวกับ ช่วงยุคสมัยการเลิกทาสของคนผิวสี ในช่วงสมัยนั้นๆๆการออกแบบของอาหารก็น่าสนใจไม่น้อย ดูสะดุดตาน่าเข้าไปชมเมื่อเราเดินทางมาถึง



ภาพวาดดูไปแล้วเหมือนภาพสามมิติค่ะ



และกำแพงสีขาวๆ เสี้ยวนึงที่เราเห็นก็เป็นส่วนนึงของกำแพงประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ “กำแพงเบอร์ลิน (ของจริงนะค่ะ)” แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวเมือง Cincinnati กับชาวเยอรมันที่เป็นคนบุกเบิก ริเริ่มเมืองนี้ขึ้นมานั่นเอง กำแพงก็เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกดินแดน สีผิว ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้คนรุ่นใหม่ได้ระลึกถึงและเห็นถึงความสำคัญของคำว่า อิสรภาพ


ตรงนี้จะเห็นได้ว่ามีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ทุกคนเห็นจะต้อง OhiOHO (โอไฮโอ้โฮ)กันเลยทีเดียวเชียว นั่นก็คือ สนามกีฬาอเมริกันฟุตบอล กีฬายอดฮิตของคนอเมริกันดูจากตรงนี้ใหญ่มากจริงๆค่ะ





และแล้วเราก็เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของที่นี่ค่ะ University of Cincinnati นักศึกษาส่วนใหญ่ที่นี่ก็จะเป็นโซนเอเชีย เช่น เกาหลี อินเดีย จีน พิ้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่มากเลยทีเดียวค่ะ สังเกตุได้จากอาณาบริเวณที่มองไปยังเห็นเป็นเขตของมหาวิทยาลัยสุดลูกหูลูกตาเลยอ่ะ



วันนี้เรามีน้องศึกษาไทย 3 ท่านที่มาพาเราเที่ยวชมสถานที่และมาพูดให้เราฟังค่ะ น้องโอ๊ต มาเรียนภาษากับ ELS เช่นเดียวกันกันน้องโอ๋ และอีกท่านนึงคือ น้องเจเจ มาศึกษาต่อปริญญาเอก คณะทันตแพทย์ น้องเจเจเล่าให้เราฟังว่า ที่หน้าสนใจของมหาวิทยาลัยนี้คือ ห้องสมุดขนาดใหญ่ และยังมีแยกย่อยตามคณะ อีกทั้งยังมีอุปกรณ์อำนาวยความสะดวก ด้านสื่อการเรียนการสอนครบครัน ส่วนน้องโอ๊ตและน้องโอ๋ถึงแม้จะแค่มาเรียนภาษา ELS แต่ก็มีบัตรแสดงสถานะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกันค่ะ


น้องโอ๊ตเล่าว่า จริงๆแล้วเมืองนี้ก็ไม่เล็กแล้วก็ไม่ใหญ่มากเดินทางไปมาสะดวก รถไม่ติด อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ทางด้าน MBA


น้องโอ๋เลือกเมืองนี้เพราะว่าเป็นเมืองเล็กๆๆดี อากาศหนาว เย็นสบาย ส่วนน้องเจเจ เลือกตามมุมมองของนักศึกษาป.โท-เอก ที่นี่จะมีงานวิจัยทางด้านรีเสิร์ทที่ดี มีการโคโปรเจคกับบริษัทยาและยังมี Cincinnati children Hospital ซึ่งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีโปรเจคที่ดีและสามารถทำร่วมกันได้ และสภาพแคมปัสของที่นี่ก็น่าอยู่ และยังแนะนำมาด้วยว่า น้องๆคนไหนที่สนใจและชื่นชอบการเรียน Music and Art ที่นี่ก็ติดอันดับ Top Ten ของอเมริกาเลยค่ะ จากที่เราจะเห็นได้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลี เพราะคนเกาหลีให้ความสนใจกับสาขาวิชานี้ค่อนข้างมาก และทางมหาวิทยาลัยอยากจะได้นักศึกษาที่เป็นคนต่างชาติเพื่อเข้ามาเพิ่มสีสรรค์ค่ะ


ทางทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ Patricia ซึ่งเป็น Center Director ELS patricia บอกกับทางทีมงานว่ามีหลายเหตุผลแรกที่เมืองนี้เหมาะกับนักศึกษาไทย เนื่องจากที่นี่มีนักศึกษาไทยน้อย จึงเป็นผลดีต่อการฝึกฝนการใช้ภาษา เหตุผลที่สองคือเมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางของสหรัฐและผู้คนเป็นมิตร ใจดี อ่อนโยน รู้จักแบ่งปัน อัธยาศัยดี



สนามอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัยค่ะ ขนาดกว้างใหญ่มากๆ เลย ที่นั่งคนดูก็หรูมากๆ เพราะที่นี่เค้าเห็นความสำคัญและสนับสนุนให้นักศึกษาที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้อย่างเต็มที่ แถมทุกสัปดาห์ยังแจกบัตรเข้าชมฟรีเพื่อให้นักศึกษาร่วมเชียร์ให้กีฬานี้มีสีสันขึ้นมาได้ไม่น้อย




”Tangeman University Center” ภายในอาคารจะมีแหล่งอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิงมากมายให้กับนักศึกษาที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ร้านหนังสือ และยังมีชั้นใต้ดิน สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมส์โต๊ะพูล ร้องคาราโอเกะ เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยในฝันของใครหลายๆ คน เรียกได้ว่าไม่ต้องออกไปนอกมหาวิทยาลัยให้เหนื่อยเลย อารมณ์เสีย ถ้าเจอรถติดด้วยแล้ว โอ๊ยๆๆ

ปิดท้ายทริปนี้กัน อีกแล้ว ด้วยอาหารค่ะ ที่นี่เป็นจับจ่ายซื้ออาหารที่มีความหลากหลายมากกกค่ะ เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อเสียงและใหญ่โตมาก ระยะในการเดินทางจากมหาวิทยาลัยเพียง 30 กิโลเมตรค่ะ ถึงจะค่อนข้างไกลแต่ก็ต้องยอม เพราะทีนี่มีอาหาร ผลไม้ ไทยจำหน่ายด้วยจ้า ซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนี้ มีชื่อเรียกว่า “Jungle Jims” หรือ ซุปเปอร์มาเก็ตประเทศไทยในอเมริกาค่ะ เพราะมีทุกอย่างขายเหมือนบ้านเราเกือบทุกอย่างเลยค่ะแม้แต่ ผัดไทย ยังมีเลยค่ะคู้ณ!!!







Focus Abroad: University of Cincinnati





ติดตามชมรายการ Focus Abroad ได้ทาง Mango TV (www.mangotv.tv) วันเสาร์ เวลา 7.30-8.00 น. และรีรันในวันจันทร์ เวลา 5.05-5.30 น. และทาง Nation Channel (www.nationchannel.com) วันเสาร์ เวลา 14.00 น. - 14.30 น.


Pro InterEd

Promote Your Page Too

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

พาชม Indiana University - Purdue University Indianapolis, Indiana, USA

ทีมงาน Focus Abroad ได้เดินทางมาถึงยังเมือง Indianapolis รัฐ Indiana แล้วค่ะ
ขับรถมาเรื่อยๆ ถึงกลางเมืองก็เจอกับ มหาวิทยาลัย Indiana University - Purdue University Indianapolis เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล มีขนาดใหญ่มากค่ะ มีนักศึกษาอยู่ถึงกว่า 30,000 คน



ทางทีมงานได้นัดน้องๆ นักเรียนไทยที่เรียนที่นี่ไว้ด้วยค่ะ เป็นน้องๆที่มาเรียนภาษากับศูนย์ภาษา ELS ที่นี่ นอกจากนักเรียนจะได้เรียนภาษาแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้นักศึกษาได้ร่วมทำ และสถานที่ที่น่าสนใจไปเที่ยวชมอีกด้วยค่ะ


หอสมุดใหญ่โตมากค่ะ น้องๆ บางคนมาเรียนแค่ภาษากับทางศูนย์ภาษา ELS ก็สามารถใช้หอสมุดของมหาวิทยาลัยได้ค่ะ



Wow!! มีโรงแรมในมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ ไฮโซมั่กๆคร๊า






ภายในมหาวิทยาลัย จะเห็นได้ว่า อาคารสถานที่กว้าง และใหญ่มากๆ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้แก่นักศึกษา และน้องๆ นักศึกษาเค้ากระซิบมาอีกว่า อยู่ที่นี่แค่ “แจ๊กแทค” ใบเดียว สามารถใช้ซื้อได้ทุกอย่างที่มหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ สะดวกมากๆ






ใครชื่นชอบกีฬาอย่างฟุตบอลและบาสเก็ทบอลต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ "LUCAS OIL STADIUM"



ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะซื้อโทรศัพท์หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ขั้นแรกต้องกดบัตรคิวและลงชื่อ คุณจะไม่มีสิทธิ์สอบถามไม่ว่าเรื่องใดๆ จนกว่าจะถึงคิวของคุณค่ะ


อีกอย่างหนึ่งที่ชอบมากๆ ของเมืองนี้ คือแม่น้ำของเมืองจะเปลี่ยนสีตามเทศกาลค่ะ





คุณนิคม "พิธีกรรายการ"


Focus Abroad ตอนตะลุยอเมริกา

Indiana University - Purdue University Indianapolis







Pro InterEd

Promote Your Page Too

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ลั้นลา พาทัวร์ Dominican University of California, USA

ดูมหาวิทยาลัยในเมืองซานฟรานกันไปแล้ว ลองไปดูมหาวิทยาลัยอีกบรรยากาศนึงดีกว่า ต้องนั่งรถออกไปชานเมืองหน่อยนึง ไม่ไกลหรอกนั่งรถสัก 30 นาทีค่ะ ชื่อ Dominican University of California ที่เมือง San Rafael น้องที่จะพาเที่ยวมหาวิทยาลัยวันนี้ คือ น้องเพชรพิงค์ มาเรียน Bridging Program ของ ELS แล้วต่อเข้า MBA และน้องป๊อป มาเรียนภาษากับ ELS ค่ะ






น้องพาไปดูห้องเรียนก่อนเลย ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติสารพัดประเทศ น้องเพชร บอกได้เพื่อนหลายชาติเลยค่ะ ทั้ง อิตาลี เวเนซูเอล่า ซาอุดิอารเบีย เกาหลี ญี่ปุ่น อาจารย์ก็ดูเป็นกันเองมากเลยน๊ะ วันนี้อาจารย์ใจดียอมให้ทีมงานเข้าไปถ่ายทำบรรยากาศในห้องได้ ปรากฎว่าเขากำลังสอบกันอยู่




หลังจากไปก่อกวนเขาสักพักแล้ว ก็พาไป Café ซึ่งมีทั้งแบบ Buffet และแบบธรรมดา น้องเพชรบอกว่าวันไหนไม่อยากทานมาก ก็เข้า Café เพราะ Buffet ก็จ่าย USD 5.00 ถ้าเป็น Café ก็จ่าย USD 6.25 ซึ่งอาหารเยอะมากกกก ขอบอก แต่น้องเพชรบอกว่าที่นี่เค้าซีเรียสเรื่องแคลอรี่ และสุขภาพน๊ะจ๊ะ ผักเพียบ จะเห็นได้ว่า สลัดบาร์ เน้นผักผลไม้ ที่ทานได้ไม่อั้น คุณ นิคม แอบกระซิบมาว่า “อร่อยพุงจะระเบิด” เมนูอาหารเอเซียเยอะค่ะ เพราะที่นี่นักศึกษาเอเซียมีสัดส่วนเยอะ ก็ต้องเอาใจกันหน่อย






ออกจากโรงอาหาร น้องป๊อปขอแยกตัวไปเรียนก่อน น้องเพชรเลยพาเที่ยวโรงยิมต่อ ซึ่งก็ใหญ่มาก แต่เดินผ่านอาคาร Admission ซึ่งตัวอาคารได้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเลย (น้องเพชรบอกมา) อาคาร 2 ชั้น และมหาวิทยาลัยก็ติดทะเล สร้างตึกสูงมากไม่ได้




มาถึงหน้าโรงยิม ก็มีป้ายรถเมล์ที่น้องเพชรบอกว่าต่อไปศูนย์ท่ารถของเมืองซานราฟาเอล แล้วก็ต่อเข้าไปในเมืองซานฟรานเลยค่ะ มีตารางบอกเวลาเดินรถด้วย ทำให้วางแผนได้ ไม่ต้องเผื่อเวลามานั่งรอ เพราะตรงเวลาค่ะ






จะเข้าโรงยิมก็ต้องใช้การ์ด ถ้าเป็นคนนอกก็จ่ายแบบนึง แต่นักศึกษาที่นี่เข้าได้เลยค่ะ ตอนที่ไปเป็นตอนกลางวันคนเลยไม่เยอะมาก ตอนเย็นจะมีนักกีฬามาซ้อมกันเยอะมาก นักศึกษาที่นี่ฟรีหมดค่ะ คลาสโยคะ สระว่ายน้ำ ห้องยิม ฯลฯ ใครมาเรียนที่นี่ ก็เต็มที่ไปเลย เรียนเต็มที่ พักผ่อนเต็มที่ จบไปก็ไม่อ้วน (เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย) ที่สระว่ายน้ำมีการ์ดนั่งตากแดดเฝ้าอยู่ วันที่ไปดูเป็นการ์ดผู้หญิงด้วย ชอบแดดกันจัง

จากนั้นน้องเพชรพาไปห้องสมุดก็อารมณ์แบบว่าเหมือนทางเข้า ฮอกวอร์ต เรื่อง Harry Potter ยังไงยังงั้นเลย พอนึกออกใช่ม๊า แค่ทางเข้าก็ได้อารมณ์แล้วแถมประตูมีเสียงเอี๊ยด อ๊าดเล็กน้อย ข้างในก็มีทั้งห้องสมุดและส่วนแสดงงานของนักศึกษา ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีห้องสำหรับทำงานกลุ่มด้วย บอกได้เลยว่ามาหาข้อมูล อ่านหนังสือกันได้เต็มที่เลย








ก่อนจะกลับ น้องเพชรบอกว่าชอบที่นี่มาก เพราะปลอดภัย ด้วยบรรยากาศที่เหมือนบ้าน เธอไม่ Home sick เลย แต่เจอคนไทยที่นี่คนเดียว ก็พี่ป๊อปที่แยกไปเรียนแล้วนั่นแหละ แต่น้องเพชรชอบ เพราะ ทำให้เธอพัฒนาภาษาไปได้เร็วมากๆ ขอบคุณน้องเพชรพิงค์และน้องป๊อปมากๆ เลย พาเดินเที่ยวทุกซอกทุกมุมเลย เจอกันที่เมืองไทยตอนเรียนจบแล้วน๊ะค๊ะ


Focus Abroad ตะลุยอเมริกา: Dominican University of California






วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

แนะนำหนึ่งในมหาวิทยาลัยในเมืองชิคาโก้ "Dominican University"

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่พี่อุ๊กับพี่นิคม จะพาไปลุยมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อ Dominican University ตั้งอยู่ที่ ริเวอร์ ฟอเรส แต่มักเรียกกันว่า ชิคาโก้ มากกว่า ซึ่งก็ต้องเดินทางออกมาจากชิคาโก้ ด้วยรถไฟประมาณ 30 นาทีเท่านั้นเอง และเรียกได้ว่าสถาบันตั้งอยู่ในย่านพักอาศัย ของผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะดีหน่อย พอเดินเข้ามาจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ร่มรื่นและสดชื้น สวยงามมาก สงบและปลอดภัย


Dominican University เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน มีนักศึกษาประมาณ 3,900 คน นักศึกษาส่วนใหญ่ที่นี่ นิยมใช้จักรยานเป็นพาหนะ เพราะเป็นเมืองเล็กๆ สถานที่ต่างๆ จึงอยู่ไม่ไกลกันมาก และมีรถไฟเพื่อการเดินทางเข้าไปในเมือง คณะที่นักศึกษาส่วนใหญ่มาเรียน คือ MBA น้องที่มาพาเราเที่ยวก็เรียน MBA กัน คือ น้องวน น้องนิว น้องจั๊มพ์ น้องบอกที่นี่มีนักเรียนไทย 3 คนนี่แหละ ถามน้องๆ ว่าที่นี่เป็นยังไงบ้าง เพราะเหมือนเมืองเล็ก จะเงียบ แต่น้องๆ บอกว่าดีเพราะ จะตั้งใจเรียนมากเลย ไม่เหงาเพราะวิ่งเข้าเมืองก็ 30 นาทีเท่านั้นเอง หรือที่อาจเป็นปัญหาบ้างก็คือ แรกๆ จะฟังได้นะ แต่พูดไม่ได้ ส่วนหลังๆ เนี่ยก็รู้แล้ว แต่แย่งตอบไม่ทัน อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ซื้อรถเพราะสุดแสนจะสะดวก เพราะมหาวิทยาลัยกับ Downtown ห่างกันแค่ 5 นาที


จากนั้น น้องๆ ก็พาเราไปดูอาคารต่างๆ 1 ในนั้นคือ ห้องสมุด ที่สะดวกมาก นักศึกษาทุกคนใช้คอมพิวเตอร์ได้ฟรี มี wifi ให้ด้วย ใครเอาโน๊ตบุ๊คมาก็ใช้ได้เลย

หลังจากดูรอบๆ มหาวิทยาลัยแล้วเราก็เข้า “ Down town Oak Park” นั่งรถเมล์จากมหาวิทยาลัย ใช้เวลา 5 นาที ราคา USD2.25 ค่ะ ที่นี่ก็เป็นย่านการค้าที่มีครบถ้วนจริงๆ น้องๆ มาพักผ่อน หาของอร่อยๆ ซื้อของ เดินชอปปิ้ง ร้านหนังสือ โรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่า ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ก็ครบครัน ไปด้วยแหล่งบันเทิงเริงใจ ถ้าใครเบื่อๆ ก็สามารถนั่งจิบกาแฟที่ร้านกาแฟเก๋ๆ กับอากาศเย็นๆ สบายๆ แค่นี้ก็ทำให้เมืองนี้ดูไม่เงียบเหงาจนเกินไป ที่แน่ๆ คือ มีร้านอาหารไทยด้วยค่ะ น้องทั้ง 3 ก็มีสถานที่โปรดกันคนละร้าน




และแล้วเราก็ปิดท้ายทริปนี้ ด้วยภาพที่เราถ่ายไว้เป็นที่ระลึก ร่วมกับน้องที่ใจดีพาเราเที่ยวชมสถานที่ทั้งภายใน มหาวิทยาลัย และย่านชอปปิ้ง ขอบคุณ น้องจั้ม น้องนิว น้องวน มากๆๆเลยค่ะ สุดท้ายอีกที กับไอติมเย็นๆๆ ร้านโปรดน้องวน หน้าตาหน้ากิน คลายร้อน ต้อนรับ ซัมเมอร์นี้ ติดตามกันได้ใหม่ นะคะ..... (มิ้วเช๊คสุดอร่อย หวานชื้นใจเนื้อมิ้วเช๊คข้นและหวานมันสุดๆ มาอเมริกาต้องมากินนะค่ะ )




Focus Abroad ตะลุยอเมริกา



วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เตรียมตัวกันให้พร้อม เพื่อสอบภาษาอังกฤษกับ Brunel University

น้องๆ ที่สนใจไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ มีข่าวดีจาก Brunel University จ้า ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดสอบภาษาอังกฤษฟรี!! ซึ่งผลภาษาที่สอบได้สามารถใช้แทนคะแนน IELTS หรือ TOEFL ได้เลยค่ะ ผลภาษานี้ใช้สำหรับการเข้าเรียนที่ Brunel University เท่านั้นนะจ๊ะ เหมาะมากๆ สำหรับน้องๆ ที่สนใจเข้าเรียนต่อที่ Brunel University เดือนกันยายน 2554 นี้ค่ะ

สอบวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2554 เวลา 13.00-17.00 น.
สถานที่จัดสอบโรงแรม Intercontinental Bangkok
สนใจจองที่นั่งสอบ โทรศัพท์ 02 6580730 ต่อพี่บิ๊ก 118, พี่นพ 119 และพี่หลิน 120 ค่ะ หรือ 086 330 4063
www.prointered.com , www.facebook.com/prointered , www.youtube.com/prointered
Twitter: @prointered